รีวิว ซีรี่ย์ฝรั่ง Snowpiercer (2020) ปฏิวัติฝ่านรกน้ำแข็ง

รีวิว ซีรี่ย์ฝรั่ง Snowpiercer (2020) ปฏิวัติฝ่านรกน้ำแข็ง

Snowpiercer (2020) ปฏิวัติฝ่านรกน้ำแข็ง ซีรีส์จากภาพยนต์ดังในชื่อเดียวกันลงช่องเคเบิล TNT ของอเมริกา เรื่องราวแตกต่างจากภาพยนตร์เป็นคนละไทม์ไลน์กัน โดยเรื่องในซีรีส์เริ่มตั้งแต่แรก สำหรับคนที่ไม่ดูภาพยนตร์มาก่อนก็สามารถดูได้รู้เรื่อง แต่ใครที่ดูภาพยนตร์มาแล้วก็อาจจะแปลกใจกับหลายอย่างที่เปลี่ยน ในรีวิวนี้จะมีเทียบให้เห็นทั้งสองแบบ

เรื่องย่อ ซีรีส์ Snowpiercer


7 ปีผ่านไปหลังจากที่โลกทั้งใบกลายเป็นดินแดนเยือกแข็งอันรกร้าง และผู้คนที่เหลือรอดชีวิตต่างต้องอาศัยอยู่ในรถไฟ “สโนว์เพียร์ซเซอร์” ขบวนยักษ์ 1,001 ตู้ที่แล่นไปรอบๆ โลกอย่างไม่มีวันจบสิ้นโดยใช้พลังงาน “เครื่องจักรนิรันดร์” ขับเคลื่อนไปท่ามกลางสภาพอากาศที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง จนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถอาศัยอยู่ข้างนอกได้ อย่างไรก็ตามภายในขบวนรถไฟก็เกิดเป็นสังคมใหม่ ที่มีการแบ่งแยกชนชั้นและริดรอนสิทธิของมนุษย์ และนั่นเองก็ทำให้การปฏิวัติจากชนชั้นล่างกำลังจะอุบัติขึ้น

ซีรีส์ที่ทำมาจากภาพยนตร์ดังของผู้กำกับ Parasite Bong Joon Ho ที่พึ่งได้ออสการ์ไปหมาดๆ ตัวหนัง Snowpiercer ยึดด่วน วันสิ้นโลก ตอนนี้ในไทยดูผ่านลิขสิทธิ์เหลือของที่ monomax ที่เดียว (สมัครสมาชิกคลิกรับชมได้ที่นี่) ตัวเรื่องในภาพยนตร์คือ 17 ปีหลังจากรถไฟออกวิ่ง และก็เป็นเรื่องราวการปฏิวัติลุกฮือของท้ายขบวนมาด้านหน้า ในระหว่างทางก็จะได้พบกับตู้โดยสารที่แต่ละท่อนแบ่งเป็นสังคมแต่ละแบบ รวมถึงเป็นระบบนิเวศน์หล่อเลี้ยงชีวิตคนในรถไฟให้อยู่รอดได้ด้วย จุดเด่นของเรื่องคือการไขความลับว่าหัวขบวนมีอะไรรออยู่ และเจ้าของรถไฟนี้ที่ถูกเรียกว่า “คุณวิลฟอร์ด” คือใคร

แต่ตัวซีรีส์ที่ทำออกมาใหม่เรื่องจะเริ่มต้นจากตอนแรกที่เริ่มขึ้นขบวนรถไฟ มีการขยายความเพิ่มนิดหน่อยว่าผู้โดยสารมาจากไหน และเป็นกลุ่มคนที่เป็นตัวการทำให้เกิดหายนะของโลกรวมอยู่ด้วย ตรงจุดนี้จะต่างจากในภาพยนตร์ที่มีบอกชัดว่าเกิดจากการใช้สารทำความเย็นเพื่อลดโลกร้อน แต่เข้าใจว่าอาจจะไม่อยากเอ่ยถึงเพราะปัญหาโลกร้อนเปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่สร้างหนังเมื่อปี 2013 จากนั้นเรื่องก็กระโดดข้าม 7 ปีต่อมา แล้วก็พยายามจะเดินตามรอยเดิมส่วนหนึ่งเรื่องการปฏิวัติ ที่ถอดแบบภาพยนตร์มาเลย และอีกส่วนก็คือเส้นเรื่องใหม่เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในขบวนรถไฟของชนชั้นสูงด้านหน้า และก็ดึงตัวเอกจากท้ายขบวนมาเป็นนักสืบในคดีนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นความพยายามฉีกเรื่องราวออกไปได้ดี แต่ก็ทำให้มีปัญหากับคนที่ดูภาพยนตร์มาด้วยเช่นกัน เพราะอะไรหลายอย่างในอดีตดันไม่ตรงกับภาพยนตร์มาก จนเหมือนเป็นคนละเรื่องกันเลยในตอนนี้

สำหรับคนที่ไม่เคยดูภาพยนตร์มาก่อน น่าจะมีความสนุกอยู่ที่ได้เห็นการจำลองโลกดิสโทเปียนรกน้ำแข็งที่แปลกใหม่ ผสมกับส่วนสืบสวนหาฆาตกรในโลกไซไฟที่จำกัด ตัวเรื่องก็เผยเนื้อหาแต่ละตู้โดยสารไวหลายตู้ให้เห็นเยอะมากจนแทบจะหมดแล้ว ต่างจากในภาพยนตร์ที่กว่าจะผ่านไปแต่ละตู้ค่อนข้างลำบาก และมีการขยายความเพิ่มว่าแต่ละตู้เป็นยังไงให้พอเข้าใจได้มากกว่าพอสมควร รวมถึงได้เห็นชีวิตคนที่ทำหน้าที่ในแต่ละตู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น จากที่ตัวภาพยนตร์เป็นเพียงแค่เดินผ่านเป็นส่วนใหญ่

ในส่วนปฏิวัติชนชั้นยังไม่เห็นอะไรมากนัก แต่เรื่องก็เผยให้เห็นรูปแบบเดียวกับภาพยนตร์ออกมาสั้นๆ ให้คนดูพอเข้าใจว่าต้องทำยังไงถึงบุกไปหัวขบวนได้ ในส่วนฆาตกรรมมีเรื่องราวเยอะกว่า และก็ดูเหมือนตัวซีรีส์จะสนใจเส้นเรื่องนี้มากกว่าด้วย อาจจะเพราะเข้าใจว่าคนดูรู้อยู่แล้วว่ามีเวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่เล่าไปไกลกว่าตอนจบในซีรีส์แล้ว เรื่องปฏิวัติชนชั้นที่ดูตอนนี้จึงไม่ได้จบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งแน่ๆ ตัวพาร์ทฆาตกรรมมีเนื้อหาเชิงสืบสวนกึ่งไซไฟนิดๆ โยงถึงเรื่องปัญหาโลกดิสโทเปียในที่จำกัดในรถไฟ และก็โยงไปถึงเรื่องราวเกี่ยวพันกับความลับของบุคคลสำคัญในขบวนนี้ จนตัวซีรีส์ดูเหมือนหนังสืบสวนมากกว่าแก่นเรื่องปฏิวัติลุกฮือแบบที่ตัวภาพยนตร์นำเสนอไว้ ซึ่งก็ถือว่าไม่เสียหายอะไรที่เปลี่ยนธีมการเล่า ตัวเรื่องก็ไม่อืด ออกแนวเรื่อยๆ มีปมนิดหน่อยพอให้น่าติดตาม มีแฟลชแบ็คกลับไปยังชีวิตตัวละครก่อนขึ้นรถไฟบ้าง เพราะเรื่องพึ่งเกิดหายนะได้ไม่ถึงสิบปีต่างจากในภาพยนตร์ที่ไปไกลกว่านั้น จนมีคนรุ่นที่เกิดบนรถไฟเป็นตัวละครหลักของเรื่องแล้ว ดูหนังออนไลน์ฟรี